Menu
Categories

ไขปริศนา! ทำไมพระพิฆเนศถึงมีงาข้างเดียว? เจาะลึก 3 ตำนานเบื้องหลังงาหักที่สายมูต้องรู้

พระพิฆเนศ องค์เทพผู้ขจัดอุปสรรคและเทพเจ้าแห่งปัญญา

พระพิฆเนศ (หรือที่รู้จักกันในนาม คเณศ และ วินายก) ทรงเป็นหนึ่งในเทพเจ้าที่ได้รับความเคารพศรัทธาและมีการบูชามากที่สุดในศาสนาฮินดู ด้วยพระนามในฐานะ “ผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวง” ทรงเป็นองค์อุปถัมภกแห่งศิลปวิทยาการ และเป็น “เทวตา” แห่งสติปัญญาและพุทธิปัญญา ในฐานะเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้น พระองค์จึงได้รับการสักการะบูชาเป็นลำดับแรกในทุกพิธีกรรมและศาสนพิธีสำคัญ พระองค์ทรงเป็นพระโอรสของพระศิวะและพระแม่ปารวตี และทรงเป็นพระเชษฐาของพระการติเกยะ (Lord Kartikeya) นอกจากนี้ยังมีตำนานอันน่าอัศจรรย์มากมายเกี่ยวกับพระองค์ ซึ่งในรูปเคารพบางปาง จะปรากฏภาพพระองค์ทรงมีงาที่หักไปข้างหนึ่ง ซึ่งมีตำนานเล่าขานถึงที่มาของงาที่หักนั้นไว้ถึง 3 เรื่องราว

ไขปริศนา! ทำไมพระพิฆเนศถึงมีงาข้างเดียว? เจาะลึก 3 ตำนานเบื้องหลังงาหักที่สายมูต้องรู้

Lord Ganesha, Hindu

ตำนานงาที่หักของพระพิฆเนศจากคัมภีร์พรหมพันธปุราณะ

เรื่องราวแรกที่กล่าวถึงเหตุแห่งงาที่หักของพระองค์ ปรากฏอยู่ในคัมภีร์พรหมพันธปุราณะ (Brahmanda Purana) ในส่วนของอุปโฆทกปาทะ (Upodghata Pada) เมื่อครั้งที่พระปรศุราม อวตารที่ 6 ของพระวิษณุ ได้ทรงมีชัยเหนือศัตรูคือท้าวคตวีรย่าอर्जุนและเหล่ากษัตริย์พันธมิตร พระองค์จึงทรงปรารถนาที่จะเข้าเฝ้าเพื่อถวายบังคมขอบพระคุณพระศิวะที่ประทานพละกำลังให้ทรงมีชัยเหนือศัตรู พระปรศุรามจึงเสด็จไปยังเขาไกรลาศเพื่อเข้าเฝ้าพระศิวะ แต่พระพิฆเนศทรงขัดขวางไว้ โดยกราบทูลว่าพระบิดาและพระมารดากำลังบรรทมอยู่ และไม่ต้องการให้พระปรศุรามเข้าไปรบกวน ด้วยความกริ้วที่ถูกขัดขวางมิให้เข้าเฝ้าพระศิวะ พระปรศุรามจึงเริ่มการต่อสู้กับพระพิฆเนศ แม้พระพิฆเนศจะทรงมีชัยในการต่อสู้ แต่แล้วพระปรศุรามก็ได้ทรงขว้างขวานของพระองค์เข้าใส่พระพิฆเนศ ทว่าพระองค์มิได้ทรงตอบโต้ขวานนั้น เนื่องจากขวานเล่มนั้นเป็นของขวัญที่ได้รับประทานมาจากพระศิวะ เมื่อทรงตระหนักว่าอาวุธนั้นเป็นของประทานจากพระบิดา พระพิฆเนศจึงทรงปรารถนาที่จะมิให้ของขวัญนั้นต้องสูญเปล่า พระองค์จึงทรงใช้พระทนต์ (งา) ข้างซ้ายรับขวานนั้นไว้ ส่งผลให้งาถูกขวานฟันจนหักสะบั้นและร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน พร้อมกับโลหิตที่หลั่งไหลออกมาประดุจขุนเขาที่พังทลายลงจากการฟาดฟันของสายฟ้าแห่งพระอินทร์

Parshurama vs Ganesha,

ตำนานงาที่หักของพระพิฆเนศจากมหากาพย์มหาภารตะ

อีกหนึ่งตำนานเกี่ยวกับการสูญเสียพระทนต์ของพระพิฆเนศ คือเรื่องราวอันเลื่องชื่อที่ปรากฏในต้นฉบับมหากาพย์มหาภารตะ ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงหักงาของพระองค์เอง เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ในการจดบันทึกมหากาพย์มหาภารตะ ในขณะที่มหาฤาษีวยาสกำลังทรงบอกเล่าเนื้อหาให้พระองค์ทรงจดบันทึก เรื่องราวมีอยู่ว่า มหาฤาษีวยาสได้รับบัญชาจากเหล่าทวยเทพให้จดบันทึกมหากาพย์อันยิ่งใหญ่ และทรงปรารถนาที่จะให้ผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดที่สุดในจักรวาลเป็นผู้จดบันทึก พระพรหมจึงทรงแนะนำให้มหาฤาษีวยาสไปทูลขอต่อพระศิวะ เพื่อขอให้ “สิทธิดาตะ คเณศ” (Siddhidata Ganesha) พระโอรสของพระองค์ มาเป็นผู้จดบันทึกในครั้งนี้ เมื่อได้เข้าเฝ้า พระพิฆเนศทรงตั้งเงื่อนไขว่า ในขณะที่มหาฤาษีทรงสวดบทสวด หากมหาฤาษีหยุดพักเพียงชั่วครู่ พระองค์จะหยุดการจดบันทึกทันที และมหาฤาษีวยาสจะต้องเสาะหาผู้จดบันทึกคนใหม่ ซึ่งหมายความว่ามหาฤาษีวยาสจะต้องสวดมหากาพย์ทั้งหมดรวดเดียวโดยไม่หยุดพักเลยแม้แต่ขณะเดียว มหาฤาษีวยาสทรงตอบตกลง และทรงตั้งเงื่อนไขกลับไปว่า พระองค์จะต้องทำความเข้าใจในทุกบทสวดและทุกโศลกอย่างถ่องแท้ก่อนที่จะเริ่มจดบันทึกลงไป ซึ่งมหาฤาษีทรงตั้งเงื่อนไขนี้ไว้โดยคาดการณ์ว่าพระองค์จะต้องสวดบทสวดที่ยากลำบากยิ่งนัก และในขณะที่พระพิฆเนศกำลังใช้เวลาพิจารณาความหมาย พระองค์จะได้มีโอกาสพักหายใจบ้าง ทว่าเหตุการณ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะพระพิฆเนศทรงจดบันทึกบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้นลงก่อนที่มหาฤาษีจะทรงเริ่มสวดบทต่อไปเสียอีก และในระหว่างนั้น ปากกาที่ทรงใช้เขียนก็เริ่มสึกหรอและหักลง ด้วยทรงตระหนักถึงเงื่อนไขที่ตั้งไว้และเมื่อไม่พบทางเลือกอื่น พระองค์จึงทรงหักพระทนต์ข้างซ้ายของพระองค์เอง เพื่อใช้เป็นปากกาในการจดบันทึกมหากาพย์มหาภารตะอันยิ่งใหญ่ให้เสร็จสมบูรณ์

Sage Vyasa, Writing

นามอันศักดิ์สิทธิ์

จากเหตุการณ์ในตำนานนี้เอง ทำให้พระองค์ทรงได้รับพระนามว่า “เอกทันต” (Ekadanta) หรือผู้มีงาเพียงข้างเดียว

Ekadanta Ganesha, One

ตำนานงาที่หักของพระพิฆเนศ – พระพิฆเนศกับพระจันทร์

เรื่องราวที่ 3 เกี่ยวกับเหตุแห่งงาที่หักของพระพิฆเนศ คือเรื่องราวของพระองค์กับพระจันทร์ หลังจากเสร็จสิ้นงานเลี้ยง ณ พระราชวังของพระกุเบร พระพิฆเนศทรงประทับบนพาหนะหนูมุสิกะเพื่อเดินทางกลับบ้าน ในคืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง ขณะที่กำลังเดินทางอยู่นั้น หนูมุสิกะได้เห็นงูจึงวิ่งหนีเข้าไปในพุ่มไม้ ทำให้พระพิฆเนศทรงเสียหลักพลัดตกจากแท่นประทับจนพระอุทร (ท้อง) ของพระองค์เปิดออก พระองค์จึงทรงพยายามนำอาหารที่หล่นกระจายกลับคืนสู่พระอุทร ในขณะนั้นเอง พระจันทร์ได้ทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์และทรงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างรุนแรง ด้วยความกริ้วต่อการกระทำดังกล่าว พระพิฆเนศจึงทรงสาปพระจันทร์ และก่อนที่จะทรงสาป พระองค์ทรงใช้พระทนต์หักพระจันทร์ออกเป็นสองเสี่ยง พร้อมกับประกาศคำสาปว่า “เจ้าจะต้องกลายเป็นสีดำมืดและไม่ปรากฏแก่สายตาผู้ใดอีกตลอดกาล” เมื่อพระจันทร์ทรงตระหนักถึงคำสาปจึงได้ทรงอ้อนวอนขอความเมตตา พระพิฆเนศจึงทรงผ่อนปรนคำสาปให้ว่า “ตกลง แต่เจ้าจะต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามข้างขึ้นข้างแรม จากคืนเดือนมืดสู่คืนพระจันทร์เต็มดวง และหากผู้ใดได้มองเห็นพระจันทร์ในวันเกิดของพระองค์ (วันคเณศจตุรถี) ผู้นั้นจะไม่ได้รับโมกษะ (การหลุดพ้น)” นี่คือที่มาของความเชื่อที่ว่า การมองพระจันทร์ในวันคเณศจตุรถีถือเป็นอัปมงคล และเชื่อว่าจะนำมาซึ่ง “มิตยา โทษ” (Mithya Dosham) หลังจากที่พระพิฆเนศทรงจัดระเบียบอาหารในพระอุทรเรียบร้อยแล้ว พระองค์ทรงนำงูมาพันรอบพระอุทรไว้ และทรงเดินทางกลับสู่ที่ประทับต่อไป

Ganesha and Moon,

นัยแห่งสัญลักษณ์งาที่หักขององค์พระพิฆเนศ

ณ ที่นี้ นัยแห่งสัญลักษณ์ของงาที่หักขององค์พระพิฆเนศ สื่อถึงสภาวะของผู้มีปัญญาอันล้ำเลิศ ผู้ซึ่งก้าวข้ามพ้นจากทวิภาวะหรือความแบ่งแยกทั้งปวง มนุษย์เรามักติดอยู่ในกับดักแห่งความคิดที่เชื่อว่า ตัวตนของเราจะสิ้นสุดลงพร้อมกับการดับสูญของร่างกายในโลกแห่งวัตถุนี้ เรามักยึดถือว่า “ตัวเรา” คือหนึ่งเดียว และสรรพสิ่งรอบกายคือสิ่งอื่นที่แตกต่างออกไป ความแบ่งแยกนี้เองคือสิ่งที่จิตสร้างขึ้นผ่านอัตตา เพื่อเป็นกลไกในการเอาตัวรอดในโลกทางโลกแห่งนี้ ความแบ่งแยกในลักษณะ “ตัวฉันและผู้อื่น” เปรียบเสมือนม่านมายาที่คอยบดบังมิให้ผู้ศรัทธาได้ตระหนักถึง “ตัวตนที่แท้จริง” ซึ่งเป็นสภาวะอันอยู่เหนือพ้นไปจากทั้งร่างกายและจิตใจ เมื่อใดที่ผู้ศรัทธาสามารถก้าวข้ามผ่านทวิภาวะนี้ไปได้ เมื่อนั้นจะสามารถประจักษ์แจ้งว่าจักรวาลทั้งมวลคือหนึ่งเดียวอันเป็นเอกภาพ และได้ตระหนักถึงสภาวะแห่งตัวตนที่แท้จริงของตนเอง งาเพียงข้างเดียวขององค์พระพิฆเนศจึงเป็นสัญลักษณ์แทนสภาวะอทวิภาวะอันศักดิ์สิทธิ์ โดยปัญญาอันบริสุทธิ์จะนำพาให้เรามองเห็นทุกสรรพสิ่งรวมเป็นหนึ่งเดียว และตระหนักว่าตัวเราเองก็คือส่วนหนึ่งที่ไม่อาจแยกขาดจากองค์รวมอันยิ่งใหญ่นี้ได้

Ganesha broken tusk

TemplePurohit

TemplePurohit.com คือศูนย์รวมแห่งจิตวิญญาณที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการทางจิตวิญญาณของผู้ศรัทธาอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาข้อมูลเชิงลึกในหัวข้อทางจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ การทำความรู้จักกับเทวสถานต่าง ๆ ทั่วประเทศอินเดีย ตลอดจนการร่วมสนทนาและเจาะลึกในศาสตร์แห่งโหราศาสตร์ การพัฒนาทางจิตวิญญาณ และการฝึกสมาธิ เพื่อนำพาจิตใจไปสู่ความสงบอันเป็นนิรันดร์

Spiritual website India,

บทสรุป

บทความนี้ได้นำเสนอความหมายอันลึกซึ้งของงาที่หักขององค์พระพิฆเนศในฐานะสัญลักษณ์แห่งการก้าวข้ามทวิภาวะเพื่อเข้าถึงสภาวะแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล พร้อมทั้งแนะนำแหล่งรวบรวมความรู้ทางจิตวิญญาณที่ครบวงจรเพื่อการพัฒนาจิตใจของผู้ศรัทธาไว้

Spiritual summary, Ganesha

Source URL: https://www.templepurohit.com/ganesha-broken-tusk-story/