พระพิฆเนศคือใคร? ไขความหมายและสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์: ตำนานการกำเนิดและแก่นแท้แห่งมหาเทพผู้ทรงเศียรเป็นช้าง
พระพิฆเนศคือใคร?
พระพิฆเนศทรงคือสภาวะแห่งเทวภาพอันไร้รูป (Formless Divinity) ที่ทรงจำแลงกายมาในรูปลักษณ์อันสง่างามและวิจิตรตระการตา เพื่อเกื้อกูลและประทานพรแก่เหล่าผู้ศรัทธา ตามคติความเชื่อในปกรณัมฮินดู พระองค์ทรงเป็นพระโอรสของพระศิวะมหาเทพและพระแม่ปารวตีเทวี

ความหมายของพระพิฆเนศ
คำว่า “คณ” (Gan) หมายถึง กลุ่ม หรือ การรวมตัวกัน จักรวาลนี้ประกอบขึ้นจากกลุ่มของอะตอมและพลังงานอันหลากหลาย หากปราศจากกฎสากลอันสูงสุดที่คอยควบคุมกลุ่มแห่งสรรพสิ่งอันหลากหลายเหล่านี้ จักรวาลคงตกอยู่ในสภาวะแห่งความโกลาหล พระพิฆเนศทรงคือองค์มหาเทพผู้เป็นเจ้าแห่งกลุ่มอะตอมและพลังงานทั้งปวง พระองค์ทรงเป็นจิตบริสุทธิ์อันสูงสุดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู และเป็นผู้ประทานระเบียบแบบแผนให้แก่จักรวาลนี้

แก่นแท้แห่งองค์พระพิฆเนศ
แก่นแท้แห่งองค์พระพิฆเนศนั้นได้รับการถ่ายทอดไว้อย่างงดงามยิ่งโดยพระอทิ ศังกร แม้ว่าผู้ศรัทธาจะกราบไหว้บูชาพระองค์ในรูปลักษณ์ของเทพเจ้าผู้มีเศียรเป็นช้าง แต่แท้จริงแล้ว รูปลักษณ์ (สวรูป) ดังกล่าวนั้นเป็นเพียงการแสดงออกเพื่อสื่อถึงสภาวะอันไร้รูป (ปรพราหมณ์รูป) เท่านั้น พระองค์ทรงเป็น “อชัม นิรวิกัลปัม นิราการเมกัม” (Ajam Nirvikalpam Niraakaaramekam) ซึ่งหมายความว่า พระพิฆเนศทรงเป็น “อชัม” (ผู้ไม่เกิด) ทรงเป็น “นิรวิกัลปัม” (ผู้ปราศจากกิเลสหรือคุณลักษณะปรุงแต่ง) ทรงเป็น “นิราการ” (ผู้ไร้รูปลักษณ์) และทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งจิตบริสุทธิ์ที่สถิตอยู่ทุกหนแห่งในจักรวาล พระพิฆเนศทรงคือพลังงานเดียวกับที่เป็นต้นกำเนิดของจักรวาลนี้ เป็นพลังงานที่สรรพสิ่งทั้งหลายอุบัติขึ้น และเป็นพลังงานที่สรรพสิ่งทั้งปวงจะกลับคืนสู่ความว่างเปล่าในท้ายที่สุด

ตำนานการกำเนิดของพระพิฆเนศ
เราต่างคุ้นเคยกับเรื่องราวการกำเนิดของพระพิฆเนศผู้ทรงเศียรเป็นช้างกันเป็นอย่างดี เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อครั้งพระแม่ปารวตีทรงเฉลิมฉลองร่วมกับพระศิวะ จนทำให้ร่างกายของพระองค์มีสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อน เมื่อพระองค์ทรงตระหนักถึงสิ่งนั้น จึงได้ทรงปัดเป่าสิ่งสกปรกออกจากพระวรกาย และเนรมิตสิ่งนั้นให้กลายเป็นเด็กชายขึ้นมา จากนั้นพระแม่ปารวตีทรงกำชับให้เด็กชายผู้นี้เฝ้าประตูไว้ในขณะที่พระองค์กำลังเข้าสรงน้ำ เมื่อพระศิวะเสด็จกลับมา เด็กชายผู้ไม่รู้จักพระองค์ได้ขัดขวางทางเสด็จ ทำให้พระศิวะทรงกริ้วและตัดเศียรของเด็กชายผู้นั้นเสีย เมื่อพระแม่ปารวตีทรงเห็นเหตุการณ์ก็ทรงตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ทรงอธิบายแก่พระศิวะว่าเด็กชายผู้นี้คือพระโอรสของพระองค์ และทรงวิงวอนขอให้พระศิวะทรงช่วยชีวิตพระโอรสไว้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม พระศิวะจึงทรงมีบัญชาให้เหล่าบริวารออกไปตามหาเศียรของสิ่งมีชีวิตที่กำลังนอนหันศีรษะไปทางทิศเหนือ เหล่าบริวารจึงได้เศียรของช้างมา และพระศิวะทรงประทานเศียรช้างนั้นเข้ากับพระวรกายของเด็กชาย จนกระทั่งพระพิฆเนศได้อุบัติขึ้นอย่างสง่างาม!

ข้อธรรมที่ควรพิจารณาจากตำนานพระพิฆเนศ
1. เหตุใดพระแม่ปารวตีจึงมีสิ่งสกปรกติดพระวรกาย? พระแม่ปารวตีทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งพลังแห่งการเฉลิมฉลอง การที่พระองค์มีสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนนั้น สื่อถึงการเฉลิมฉลองที่อาจแปรเปลี่ยนเป็นสภาวะ “ราชสิก” (ความลุ่มหลงหรือความวุ่นวาย) ที่อาจทำให้ผู้ศรัทธาหลุดลอยออกจากจุดศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณ สิ่งสกปรกคือสัญลักษณ์แห่งอวิชชา (ความไม่รู้) ในขณะที่พระศิวะทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์สูงสุด ความสงบ และความรู้แจ้ง
2. พระศิวะผู้เป็นต้นแบบแห่งความสงบ ทรงมีอารมณ์ฉุนเฉียวถึงขั้นตัดเศียรพระโอรสเชียวหรือ? และเหตุใดจึงต้องเป็นเศียรช้าง? เมื่อพระพิฆเนศทรงขัดขวางทางเสด็จของพระศิวะ นั่นหมายความว่า “อวิชชา” ซึ่งเป็นคุณลักษณะของ “เศียร” (ความคิดหรืออัตตา) ย่อมไม่รู้จัก “ความรู้แจ้ง” ดังนั้น ความรู้แจ้งจึงต้องเอาชนะอวิชชาให้ได้ นี่คือสัญลักษณ์ที่แฝงอยู่ในการที่พระศิวะทรงตัดเศียรของเด็กชาย
3. เหตุใดพระพิฆเนศจึงมีเศียรเป็นช้าง? ช้างเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงทั้ง “ญาณศักติ” (พลังแห่งปัญญา) และ “กรรมศักติ” (พลังแห่งการกระทำ) คุณลักษณะสำคัญของช้างคือความเฉลียวฉลาดและการกระทำที่ราบรื่นไร้ความพยายาม (Effortlessness) เศียรที่ใหญ่โตของช้างสื่อถึงปัญญาและความรู้แจ้งอันล้ำลึก ช้างเป็นสัตว์ที่ไม่เดินอ้อมสิ่งกีดขวาง และไม่ยอมให้สิ่งใดมาหยุดยั้งได้ พวกเขาเพียงแค่ขจัดอุปสรรคเหล่านั้นให้พ้นทางแล้วก้าวเดินต่อไป ซึ่งสื่อถึงความราบรื่นในการกระทำ ดังนั้น เมื่อผู้ศรัทธาได้กราบไหว้บูชาพระพิฆเนศ คุณลักษณะอันประเสริฐเหล่านี้จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นภายในจิตใจ และทำให้ผู้ศรัทธาสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตได้

Source URL: https://www.artofliving.org/wisdom/knowledge-sheets/symbolism-ganesha





