เปิดตำนานและพิธีสำคัญในวันคเณศจตุรถี เทศกาลอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการบูชาพระพิฆเนศ
ความสำคัญและคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของเทศกาลคเณศจตุรถี ปี 2020
ท่ามกลางเทวสถานอันศักดิ์สิทธิ์มากมายที่ประดิษฐานอยู่ทั่วทุกสารทิศ ไม่ว่าจะเป็น อโศก บินายัก, กมลาธิ คเณศสถาน, จันทร บินายัก ในกรุงกาฐมาณฑู รวมถึง สุริยบินายัก และ กมลา บินายัก ในเมืองภักตปุระ ชาวเนวาร์ในหุบเขากาฐมาณฑูต่างร่วมกันประกอบพิธีเฉลิมฉลองเทศกาลคเณศจตุรถีอย่างยิ่งใหญ่และกว้างขวาง พระพิฆเนศทรงเป็นเทพเจ้าที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างสูงสุดในหุบเขาแห่งนี้ โดยมีเทวสถานประดิษฐานอยู่ตามชุมชนต่างๆ ทั่วทุกแห่งหน ในวาระแห่งเทศกาลคเณศจตุรถีที่เวียนมาถึงในวันนี้ เหล่าผู้ศรัทธาทั่วทั้งประเทศต่างพากันหลั่งไหลไปสักการะบูชา ณ เทวสถานขององค์พระพิฆเนศ

เทศกาลคเณศจตุรถีถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของชาวฮินดู โดยมีการเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปีเพื่อระลึกถึงวันประสูติขององค์พระพิฆเนศ เทพเจ้าผู้ประทานปัญญาและผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวงให้สิ้นไป ตามตำนานฮินดูอันศักดิ์สิทธิ์ องค์พระพิฆเนศทรงเป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ต้องได้รับการระลึกถึงและน้อมอัญเชิญมาบูชาก่อนเทพเจ้าองค์อื่นๆ ทั้งปวง และด้วยการบูชาพระองค์นี้เองที่ผู้ศรัทธาสามารถเริ่มต้นการกระทำหรือภารกิจใหม่ๆ ทั้งปวงได้อย่างราบรื่น ด้วยความเชื่อที่ว่าพระองค์จะทรงประทานพรให้แก่เหล่าผู้ศรัทธาที่ซื่อสัตย์ด้วยความมั่งคั่งรุ่งเรืองและโชคลาภอันไม่มีที่สิ้นสุด
อ้างอิงตามปัญจัง (Panchang) เทศกาลนี้จะเฉลิมฉลองในเดือนภัทรบท (Bhadrapada) ช่วงข้างขึ้น (Shukla Paksha) ซึ่งหากเทียบตามปฏิทินเกรโกเรียนจะตรงกับเดือนสิงหาคมหรือกันยายน โดยในปีนี้ เทศกาลคเณศจตุรถีจะตรงกับวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันเสาร์
ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น เทศกาลนี้คือวาระแห่งการประสูติของเทพเจ้าผู้มีเศียรเป็นช้าง ตำนานเล่าว่า พระแม่ทุรคาทรงปั้นองค์พระพิฆเนศขึ้นจากดินเหนียวและทรงประทานลมหายใจแห่งชีวิตให้แก่เทวรูปนั้น จากนั้นพระนางทรงมอบหมายให้พระองค์ทำหน้าที่เฝ้าประตูห้องบรรทมในขณะที่พระนางกำลังสรงน้ำ โดยมีคำสั่งเด็ดขาดว่าห้ามมิให้ผู้ใดผ่านเข้ามาได้ ไม่ว่าผู้นั้นจะเป็นใครก็ตาม
เมื่อองค์พระศิวะเสด็จกลับจากการปฏิบัติศาสนกิจ พระองค์ทรงเผชิญกับอุปสรรคที่ไม่คาดฝัน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเด็กน้อยแปลกหน้าผู้ทำหน้าที่ขัดขวางมิให้พระองค์เข้าพบพระมเหสี เมื่อพระศิวะทรงพยายามจะเข้าพบพระแม่ทุรคาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ พระองค์จึงทรงส่งกองทัพไปจัดการ แต่เด็กน้อยกลับสามารถเอาชนะกองทัพได้ในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยความกริ้วโกรธ องค์พระศิวะจึงทรงเข้าต่อสู้กับเด็กน้อยด้วยพระองค์เอง และทรงตัดเศียรของพระองค์ออกจากร่าง เมื่อพระแม่ทุรคาทรงทราบเรื่อง พระนางทรงกริ้วเป็นอย่างยิ่งและขู่ว่าจะบันดาลให้โลกต้องล่มสลายและสิ้นสูญซึ่งมวลมนุษยชาติ แม้พระศิวะจะทรงพยายามเกลี้ยกล่อมและเสนอที่จะชุบชีวิตพระองค์ขึ้นมาใหม่ แต่ก็มิอาจระงับความกริ้วของพระนางได้

พิธีกรรมและช่วงเวลาอันเป็นมงคล
พระแม่ทุรคาทรงประกาศว่า พระนางจะทรงสงบอารมณ์ลงได้ก็ต่อเมื่อได้รับคำมั่นสัญญาว่า องค์พระพิฆเนศจะทรงเป็นเทพเจ้าที่ได้รับความรักและเป็นที่เคารพรักมากที่สุด และจะได้รับการบูชาเป็นลำดับแรกก่อนเทพเจ้าองค์อื่นๆ ทั้งปวง องค์พระศิวะทรงรับปากในคำสัญญานั้น และทรงมีบัญชาให้ นนทิ (Nandi) สหายผู้ใกล้ชิดและเป็นมิตรแท้ของพระองค์ ออกไปตามหาเศียรของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ที่สุด นนทิจึงกลับมาพร้อมกับเศียรช้างเพื่อนำมาประดิษฐานแทนที่เศียรเดิมของพระองค์ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงได้ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง และได้รับการบูชาเหนือกว่าและก่อนเทพเจ้าองค์อื่นๆ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยเหตุนี้เอง เทศกาลคเณศจตุรถีจึงเป็นเสมือนจุดเริ่มต้นที่นำทางไปสู่เทศกาลฮินดูและวาระอันเป็นมงคลอื่นๆ ทั้งปวง
ตามคัมภีร์ปัญจัง ช่วงเวลาอันเป็นมงคลในการประกอบพิธีบูชาพระพิฆเนศ (Madhyahna Ganesha puja muhurat) จะอยู่ระหว่างเวลา 11.06 น. ถึง 13.42 น. ของวันที่ 22 สิงหาคม โดยช่วงเวลาของจตุรถี (Chaturthi tithi) จะเริ่มตั้งแต่เวลา 23.02 น. ของวันที่ 21 สิงหาคม และสิ้นสุดลงในเวลา 19.57 น. ของวันที่ 22 สิงหาคม
กล่าวกันว่า ผู้ศรัทธาควรเริ่มต้นวันอันเป็นมงคลด้วยการสวดภาวนาว่า “คเณศปาปา โมริยา” (Ganpati Bappa Morya) ในระหว่างการประกอบพิธีบูชา ควรมีการถวายขนมลาดูรสเลิศ (Besan Ladoos) เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งความสงบสุขและการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ควรประดิษฐานเทวรูปไว้บนผ้าสีแดง และผู้ศรัทธาควรจุดประทีป (Diya) เพื่อขับไล่ความมืดมิดให้หมดสิ้นไปจากชีวิต

เรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทศกาลและวัฒนธรรม

Source URL: https://www.spotlightnepal.com/2020/08/22/ganesh-chaturthi-2020-significance-and-importance/





