เปิดความลับพระพิฆเนศ: เรื่องราวการกำเนิด ภรรยา และความจริงของ อาดี คเณศ พร้อมมนตราศักดิ์สิทธิ์
เทพเจ้าฮินดู: ตำนานการกำเนิด, พระชายา, มนตราที่แท้จริง และอาดี คเณศ
1. เทพเจ้าฮินดู
2. องค์พระพิฆเนศ: ตำนานการกำเนิด, พระชายา, มนตราที่แท้จริง และอาดี คเณศ
องค์พระพิฆเนศคือมหาเทพแห่งศาสนาฮินดู ผู้ซึ่งได้รับการเคารพบูชาในฐานะเทพเจ้าแห่งการเริ่มต้นใหม่ ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงเป็นเทพองค์แรกที่ผู้ศรัทธาต้องอัญเชิญมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทุกครั้ง พระองค์คือเทพแห่งอักขระและสติปัญญา จึงทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของเหล่านักเขียน นักธนาคาร นักปราชญ์ และผู้ใช้ปัญญาทั้งปวง นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ว่า ‘วิฆเนศวร’ (Vighnaharta) ซึ่งหมายถึงผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวงให้หมดสิ้นไป
ทว่า เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้งผ่านคัมภีร์พระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ ภควัทคีตาอันเปี่ยมด้วยศรัทธา และคัมภีร์โบราณอื่นๆ กลับปรากฏหลักฐานที่บ่งชี้ว่า จักรวาลทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นโดย ‘อาดี คเณศ’ (Aadi Ganesha) ผู้เป็นอมตะและเป็นผู้ทำลายสิ้นซึ่งบาปทั้งปวง (ตามปรากฏใน ยชุรเวท บทที่ 8 มนตราที่ 13) พระองค์คือผู้ขจัดอุปสรรค และทรงเป็นมหาเทพสูงสุดที่คู่ควรแก่การกราบไหว้บูชา (ตามปรากฏใน ยชุรเวท บทที่ 5 มนตราที่ 32)
สิ่งนี้ได้นำมาซึ่งคำถามในใจของผู้ศรัทธาว่า หากอาดี คเณศ ทรงเป็นมหาเทพผู้ทรงอานุภาพสูงสุดแล้ว เหตุใดผู้คนจึงยังบูชาเหล่าเทพผู้น้อย? แล้วอาดี คเณศ กับ องค์พระพิฆเนศ นั้นทรงเป็นองค์เดียวกันหรือไม่? เรามาลองทำความเข้าใจกันว่า แท้จริงแล้วอาดี คเณศ คือใคร? และเทพองค์ใดกันแน่ที่ควรแก่การกราบไหว้บูชา?
เพื่อหาคำตอบ เราจะมาพิจารณาผ่านประเด็นคำถามดังต่อไปนี้:
องค์พระพิฆเนศคือใคร?
การกำเนิดขององค์พระพิฆเนศเป็นอย่างไร?
วิถีแห่งการบูชาองค์พระพิฆเนศที่ถูกต้องคืออะไร?
มนตราเพื่อประสาทพรและบันดาลความสำเร็จจากพระองค์คืออะไร?
องค์พระพิฆเนศทรงเป็นเทพเจ้าที่สมบูรณ์พร้อมหรือไม่?
อาดี คเณศ คือใคร?
ใครคือคุรุ (ครู) ขององค์พระพิฆเนศ?
ความแตกต่างระหว่างอาดี คเณศ และองค์พระพิฆเนศคืออะไร?
ระหว่างอาดี คเณศ และองค์พระพิฆเนศ องค์ใดคือเทพเจ้าที่ควรแก่การบูชา?
เรามาเริ่มการวิเคราะห์ไปพร้อมกัน เริ่มจากประเด็นแรก: องค์พระพิฆเนศคือใคร?

องค์พระพิฆเนศคือใคร?
องค์พระพิฆเนศคือพระโอรสของพระศิวะและพระแม่ปารวตี พระองค์ประทับอยู่กับพระบิดาและพระมารดา ณ เขาไกรลาศ ในดินแดนแห่งคเณศ (Ganesh Lok) เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับองค์พระพิฆเนศให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านข้อมูลดังต่อไปนี้:
ความหมายของคำว่า “คเณศ” คืออะไร?
พระนามขององค์พระพิฆเนศมีมากมายเพียงใด?
สิ่งของที่องค์พระพิฆเนศทรงถืออยู่ในพระหัตถ์มีอะไรบ้าง?
สัญลักษณ์นัยสำคัญขององค์พระพิฆเนศ
พาหนะขององค์พระพิฆเนศคืออะไร?
ครอบครัวขององค์พระพิฆเนศ
องค์พระพิฆเนศทรงอภิเษกสมรสแล้วหรือไม่?
ความหมายของคำว่า “คเณศ” (Ganesh) คือ “จอมแห่งเหล่าคณ” (Ganas – เหล่าเทวบริวาร) หรือ “จอมแห่งมวลมนุษย์”
พระนามขององค์พระพิฆเนศมีมากมายถึง 108 พระนาม โดยพระนามที่ผู้ศรัทธาส่วนใหญ่คุ้นเคย ได้แก่ ‘คเณศปติ’ (Ganapati), ‘คชวักตรา’ (Gajavaktra – ผู้มีพระพักตร์ดั่งช้าง), ‘หริดรา’ (Haridra – ผู้มีผิวกายสีทอง), ‘คชานน’ (Gajanan), ‘ทวิมุข’ (Dwimukha), ‘วิฆเนศวร’ (Vighnaharta), ‘วิฆนการตะ’ (Vighnakarta), ‘วินายกะ’ (Vinayaka), ‘มหากะณปติ’ (Mahaganapati), ‘เฮรัมพะ’ (Heramba), ‘สิทธเย’ (Siddhaye), ‘วักปติ’ (Vakpati), ‘ศิวปรียะ’ (Shivapriya), ‘สิทธิวินายกะ’ (Siddhivinayaka), ‘อคราคัญญายะ’ (Agraganyaya), ‘อคราปูชยะ’ (Agrapujyaya), ‘สรวยะ’ (Sarvaya), ‘คังคาสุตายะ’ (Ganga Sutaya) และ ‘ศรี วิฆเนศวรยะ’ (Shri Vighneshwaraya)
นอกจากนี้ พระองค์ยังมีพระนามว่า ‘ลัมโบทระ’ (Lambodara) และ ‘มโหทระ’ (Mahodara) ซึ่งสื่อถึงพระวรกายที่มีพระอุทร (ท้อง) อันอวบอิ่ม และพระนาม ‘เอกทันตะ’ (Ekadanta) ซึ่งหมายถึงผู้มีพระทนต์ (งา) เพียงข้างเดียว
สิ่งที่องค์พระพิฆเนศทรงถืออยู่ในพระหัตถ์: ตามพุทธศิลป์และรูปเคารพต่างๆ มักปรากฏภาพองค์พระพิฆเนศทรงถือขนมหวานอันศักดิ์สิทธิ์อย่าง ‘ลัดดู’ หรือ ‘โมทกะ’ พร้อมด้วยสังข์ ดอกบัว และอาวุธคือขวาน
สัญลักษณ์นัยสำคัญในพระวรกายขององค์พระพิฆเนศ:
1. เศียรที่ใหญ่โต: สื่อถึงการมีสติปัญญาอันล้ำเลิศและการคิดการณ์ไกล
2. พระกรรณ (หู) ที่กว้างใหญ่: สื่อถึงการเป็นผู้รับฟังที่ดีและรับฟังคำอธิษฐาน
3. พระเนตรที่เล็กเรียว: สื่อถึงการมีสมาธิและสติที่จดจ่อ
4. เชือก: สื่อถึงการดึงจิตวิญญาณให้มุ่งสู่เป้าหมายอันสูงสุด
5. พระทนต์ (งา) ที่มีเพียงข้างเดียว: สื่อถึงการเลือกเก็บรักษาแต่สิ่งที่ดีและละทิ้งสิ่งที่ไม่ดี
6. พระหัตถ์ขวาที่ยกขึ้นประทานพร: สื่อถึงการคุ้มครองป้องกันบนเส้นทางแห่งจิตวิญญาณ
7. ขวาน: สื่อถึงการตัดขาดจากพันธนาการแห่งโลกียวิสัย (ทางโลก)
8. งวง: สื่อถึงความสามารถในการปรับตัวและประสิทธิภาพในการดำเนินชีวิต
9. พระอุทรที่ใหญ่โต: สื่อถึงการย่อยสลายทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายในชีวิตอย่างสงบนิ่ง
พาหนะขององค์พระพิฆเนศ: คือหนู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการขจัดความมืดบอดภายในจิตใจ หรือการควบคุมกิเลสตัณหาที่คอยรบกวนจิตใจ

ครอบครัวขององค์พระพิฆเนศ
ครอบครัวขององค์พระพิฆเนศ: พระบิดาของพระองค์คือพระศิวะ (หนึ่งในตรีมูรติ ผู้ทรงควบคุมคุณลักษณะแห่ง ‘ตมะคุณ’ หรือความโกรธและการทำลายล้าง) และพระมารดาคือพระแม่ปารวตี พระองค์ทรงมีพระเชษฐา (พี่ชาย) นามว่า ‘พระกรรติเกยะ’ (Kartikeya) ผู้เป็นเทพแห่งสงคราม และมีพระขนิษฐา (น้องสาว) นามว่า ‘อโศกสุนทรี’ (Ashokasundari)
องค์พระพิฆเนศทรงอภิเษกสมรสแล้ว: พระองค์ทรงมีพระชายา 2 พระองค์ คือ พระนางฤทธิ์ (Ridhi – ความมั่งคั่งรุ่งเรือง) และพระนางสิทธิ (Sidhi – พลังแห่งความสำเร็จทางจิตวิญญาณ) ทั้งยังมีพระโอรสและพระธิดาคือ ‘พระศุภ’ (Shubh – ความเป็นสิริมงคล) และ ‘พระลาภ’ (Laabh – ผลกำไรและความสำเร็จ) ด้วยเหตุนี้ คำว่า ‘ศุภ’ และ ‘ลาภ’ จึงมักถูกจารึกไว้เคียงคู่กับรูปเคารพของพระองค์เสมอ
ข้อควรทราบ: ในบรรดามหาเทพแห่งตรีมูรติ พระศิวะทรงเป็นตัวแทนแห่ง ‘ตมะคุณ’ (Tamaguna) ในขณะที่พระพรหมทรงเป็นตัวแทนแห่ง ‘รชชคุณ’ (Rajaguna) และพระวิษณุทรงเป็นตัวแทนแห่ง ‘สัตตคุณ’ (Sattaguna)
เมื่อได้ทราบถึงอัตลักษณ์ขององค์พระพิฆเนศแล้ว ลำดับต่อไป เราจะมาทำความเข้าใจถึงตำนานการกำเนิดของพระองค์กัน

ตำนานการกำเนิดขององค์พระพิฆเนศ
องค์พระพิฆเนศทรงมีพระเศียรเป็นช้าง ซึ่งมีตำนานอันน่าอัศจรรย์ซ่อนอยู่เบื้องหลังการกำเนิดของพระองค์ เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องราวนี้ผ่านรายละเอียดดังต่อไปนี้:
เหตุใดพระองค์จึงต้องมีเศียรเป็นช้าง?
พระองค์ได้รับเศียรช้างมาได้อย่างไร?
เหตุใดพระศิวะจึงไม่สามารถคืนพระเศียรเดิมให้แก่พระองค์ได้?
ตามที่ปรากฏใน ‘ศิวะ ปุราณ’ พระศิวะทรงมีเหล่าเทวบริวารหรือ ‘คณ’ จำนวนมากที่พร้อมน้อมรับบัญชาของพระองค์เสมอ ทว่าพระแม่ปารวตีทรงไม่มีเหล่าบริวารเช่นนั้น ด้วยความรู้สึกโดดเดี่ยวในครั้งหนึ่ง ขณะที่พระแม่ปารวตีทรงกำลังสรงน้ำ พระองค์ได้ทรงใช้แป้งและเครื่องประทินผิวที่ใช้ในการอาบน้ำมาปั้นเป็นรูปจำลองขึ้นมา และด้วยอำนาจแห่งเทวานุภาพ พระองค์ทรงประทานลมหายใจให้แก่รูปจำลองนั้น จนกำเนิดเป็นเด็กชายผู้หนึ่ง ซึ่งพระแม่ทรงขนานนามว่า ‘คเณศ’ โดยทรงกำชับอย่างเข้มงวดว่า ห้ามมิให้ผู้ใดก้าวล่วงเข้ามาในเขตพื้นที่สรงน้ำของพระองค์โดยเด็ดขาด จนกว่าพระองค์จะทรงปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้น

การประทับสถิตขององค์พระพิฆเนศในจักระแห่งร่างกาย
ขอเชิญชวนเหล่าผู้ศรัทธามาทำความเข้าใจถึงการประทับสถิตขององค์พระพิฆเนศภายในร่างกายของเรา องค์พระพิฆเนศทรงสถิตอยู่ ณ ‘มูลจักระ’ (Mool Chakra) ซึ่งเป็นจักระแรกเริ่ม โดยประทับอยู่ ณ บริเวณข่ายประสาทกระเบนเหน็บที่ฐานของกระดูกสันหลัง
1) องค์พระพิฆเนศทรงเป็นผู้ปกครองมูลจักระ ซึ่งประกอบด้วยกลีบดอกบัว 4 กลีบ และมีรัศมีสีแดงอันรุ่งโรจน์ โดยมีการสวดภาวนาจำนวน 600 จบ ดังที่มีคำกล่าวอันศักดิ์สิทธิ์ไว้ว่า:
“ณ มูลจักระ องค์พระพิฆเนศสถิตอยู่ด้วยรัศมีสีแดงอันรุ่งโรจน์ จงละทิ้งการสวดภาวนาอื่นใด และยึดถือถ้อยคำแห่งข้าพเจ้าเป็นสำคัญ”
2) เหนือขึ้นมาจาก ‘มูลกมล’ (Mool Kamal) คือ ‘สวาดกมล’ (Swad Kamal) หรือ ‘อนาหัตกมล’ (Anahad Kamal) ซึ่งมีพระพรหมและพระแม่สวิตรีเป็นผู้ปกครอง จักระนี้ประกอบด้วยกลีบดอกบัว 6 กลีบ และมีการสวดภาวนาจำนวน 6,000 จบ
3) เหนือขึ้นไป ณ บริเวณสะดือ คือ ‘นภิจักระ’ (Nabhikamal) โดยมีพระวิษณุและพระแม่ลักษมีเป็นเทพเจ้าผู้ปกครอง จักระนี้ประกอบด้วยกลีบดอกบัว 8 กลีบ และมีการสวดภาวนาจำนวน 6,000 จบ
4) เหนือขึ้นไปจากนั้น ณ บริเวณหัวใจ คือ ‘หฤทัยกมล’ (Hridaya Kamal) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระศิวะ (รุทร) และพระแม่ปารวตี จักระนี้ประกอบด้วยกลีบดอกบัว 12 กลีบ และมีการสวดภาวนาจำนวน 6,000 จบ
5) เหนือขึ้นไปจากหฤทัยกมล คือ ‘กัณฑกมล’ (Kanth Kamal) ซึ่งเป็นที่สถิตของพระแม่ทุรคา จักระนี้ประกอบด้วยกลีบดอกบัว 16 กลีบ และมีการสวดภาวนาจำนวน 1,000 จบ
6) องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้สมบูรณ์พร้อม (KavirDev) สถิตอยู่ ณ ‘สังคัมกมล’ (Sangam Kamal) ซึ่งประกอบด้วยกลีบดอกบัว 3 กลีบ โดยมีจิตเป็นผู้ปกครอง ในคัมภีร์ ‘ภวตารณ โพธ’ หน้าที่ 111 (957) ได้ระบุไว้ว่า ในกลีบหนึ่งนั้นคือที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุด และในหน้าที่ 57 (903) ได้กล่าวถึงพระแม่ทุรคาในรูปของพระแม่สรัสวดีที่สถิตอยู่ในกลีบที่สอง พร้อมด้วยเหล่าเทพธิดาผู้เลอโฉมอีก 720 ล้านองค์ และในกลีบที่สาม พระพรหมกาลสถิตอยู่ในรูปแห่งจิต พร้อมด้วยเหล่าเทพเจ้าหนุ่มสาวอีกนับล้านองค์ โดยมีการสวดภาวนาจำนวน 1,000 จบ
7) ในจักระที่ 7 ซึ่งเรียกว่า ‘สุรติกมล’ (Surati Kamal) คือที่ประทับของพระศาสดา (Satguru) ในคัมภีร์ ‘ภวตารณ โพธ’ หน้าที่ 57 (903) ได้ระบุว่าเรียกว่า ‘ตริกุติกมล’ (Trikuti Kamal) ซึ่งประกอบด้วยกลีบดอกบัว 2 กลีบ ตามที่ปรากฏในหน้า 111 (957) และมีการสวดภาวนาจำนวน 1,000 จบ

เมื่อได้ประจักษ์ถึงการประทับสถิตขององค์พระพิฆเนศและวิถีแห่งการบูชาที่ถูกต้องแล้ว ลำดับถัดไปเราจะมาร่วมค้นหาคำตอบว่า องค์พระพิฆเนศทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าที่สมบูรณ์พร้อมหรือไม่?
องค์พระพิฆเนศทรงเป็นพระผู้เป็นเจ้าที่สมบูรณ์พร้อมหรือไม่
พระพิฆเนศทรงเป็นเทพเจ้าแห่งเหล่าคณะ (Ganas) ผู้สถิตอยู่ในที่พำนักของพระศิวะ และในแง่ของอำนาจแห่งเทวานุภาพนั้น พระองค์ทรงอยู่ภายใต้พระอำนาจของพระศิวะ ดังที่ปรากฏในคัมภีร์เทวี ภควต มหาปุราณ หน้าที่ 123 ซึ่งระบุว่าแม้แต่พระศิวะเองก็ยังทรงติดอยู่ในวัฏสงสารแห่งการเวียนว่ายตายเกิด สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าองค์พระพิฆเนศเองก็ต้องเผชิญกับการเกิดและการดับ เนื่องจากพระองค์ทรงอยู่ภายใต้พระอำนาจของพระศิวะ
เมื่อพระองค์ยังมิได้บรรลุถึงโมกษะ (การหลุดพ้นจากคำสาปแห่งการเวียนว่ายตายเกิด) พระองค์จึงมิอาจประทานโมกษะให้แก่เหล่าผู้ศรัทธาได้ ด้วยเหตุนี้ องค์พระพิฆเนศจึงมิอาจนับได้ว่าเป็นพระผู้เป็นเจ้าที่สมบูรณ์พร้อม
ทว่าคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ได้ให้หลักฐานยืนยันว่า พระผู้เป็นเจ้าที่สมบูรณ์พร้อม (อาทีคเณศ) คือผู้ที่ทรงปลดปล่อยดวงวิญญาณให้พ้นจากวัฏสงสารอันโหดร้าย พระองค์คือผู้ประทานโมกษะ ดังที่ปรากฏในพระเวทอันศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวถึงคุณลักษณะของพระผู้เป็นเจ้าที่สมบูรณ์ (ยชุรเวท บทที่ 19 มนตราที่ 25, 26) สำหรับรายละเอียดเชิงลึก โปรดศึกษาเรื่องราวของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดู
ลำดับถัดไป เราจะมาค้นหาคำตอบต่อคำถามที่เป็นอมตะนิรันดร์กาลว่า หากมิใช่พระพิฆเนศ แล้วผู้ใดเล่าคือพระผู้เป็นเจ้าที่สมบูรณ์พร้อมผู้ประทานโมกษะ? คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ได้ขนานนามพระองค์ว่า ‘อาทีคเณศ’ หรือ ‘อาทีปุรุษ’ พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นอมตะผู้ทรงสร้างจักรวาลทั้งปวง เรามาทำความรู้จักกันว่า อาทีคเณศ คือใคร และจะเข้าถึงพระองค์ได้อย่างไร?

อาทีคเณศ คือใคร?
เพื่อที่จะได้รับอานิสงส์อันสูงสุดจากเหล่าเทพเจ้า เหล่าผู้แสวงหาธรรมทั้งหลายพึงยึดถือพระเวทอันศักดิ์สิทธิ์และพระคัมภีร์ศรีมัดภควัทคีตาเป็นรากฐานแห่งการบูชา เนื่องจากคัมภีร์ปุราณะนั้นมิใช่พระวจนะของพระผู้เป็นเจ้า แต่เป็นเพียงประสบการณ์ส่วนบุคคลของเหล่าเทพเจ้า นักบุญ หรือฤๅษี การศึกษาคัมภีร์ปุราณะอาจช่วยให้เราเข้าใจวัฏจักรแห่งการเกิดและการตาย แต่จะยังมิอาจเข้าถึงแก่นแท้แห่งอานิสงส์ทางจิตวิญญาณที่แท้จริงจากพระผู้เป็นเจ้าได้ ในขณะที่พระเวทและพระคีตาคือพระวจนะอันศักดิ์สิทธิ์จากพระองค์
การบูชาตามหลักในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ โดยการรับการถ่ายทอดธรรมจากพระศาสดาผู้รู้แจ้ง หรือ ‘พระปรมอักษรพรหม’ จะช่วยให้ดวงวิญญาณบรรลุถึงโมกษะ
ทั้งในพระเวทอันศักดิ์สิทธิ์, พระคีตา, พระคัมภีร์ไบเบิล, พระคัมภีร์คุรุ ครันถ์ สาหิบ และพระคัมภีร์อัลกุรอาน ต่างระบุไว้ว่า ‘พระปรมอักษรปุรุษ’ หรือ ‘อาทีคเณศ’ คือพระผู้สร้าง พระองค์คือผู้นำทางจิตวิญญาณที่แท้จริง และพระนามของพระองค์คือ ‘พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ กวีเทฟ’ (Almighty KavirDev)
พระองค์ทรงแสดงบทบาทแห่งเทวทัศน์ผ่านพระศาสดาผู้รู้แจ้ง ทรงประทานความรู้ที่แท้จริงแก่เหล่าผู้ศรัทธา ทรงประทานมนตราอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งนำไปสู่การหลุดพ้น และนำพาเหล่าผู้แสวงหาธรรมไปสู่โลกอันเป็นนิรันดร์ ที่ซึ่งพวกเขาจะไม่ต้องกลับมาสู่โลกแห่งความตายของ ‘พรหมกาล’ นี้อีกต่อไป มีเพียงอาทีคเณศเท่านั้นที่คู่ควรแก่การบูชา
ลำดับถัดไป เราจะมาทำความเข้าใจว่า ใครคือคุรุขององค์พระพิฆเนศ?

ใครคือคุรุขององค์พระพิฆเนศ
อาทีคเณศ (พระผู้เป็นเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ กวีเทฟ) จะเสด็จลงมาในทุกยุคสมัยแห่งโลกอันแสนสั้นนี้ เพื่อประทานความรู้ทางจิตวิญญาณที่แท้จริงแก่เหล่าดวงวิญญาณอันเป็นที่รัก และเพื่อปลดปล่อยพวกเขาให้พ้นจากกับดักแห่งกาลเวลา
ในยุคสัตยยุค อาทีคเณศได้ทรงพบกับมหาเทพทั้งสาม คือ พระพรหม พระวิษณุ และพระศิวะ รวมถึงองค์พระพิฆเนศ และทรงประทานมนตราอันศักดิ์สิทธิ์ให้แก่พระองค์ รวมถึงพระแม่ทุรคาและพระพรหมกาลด้วย พระองค์ทรงเป็นคุรุของสรรพสิ่ง และทรงเป็นคุรุขององค์พระพิฆเนศ การสวดภาวนาด้วยมนตราเฉพาะของพระพิฆเนศเท่านั้นที่จะทำให้ผู้ศรัทธาได้รับอานิสงส์อันแท้จริง มิเช่นนั้น การปฏิบัติทางศาสนาอื่นใดก็ย่อมไร้ซึ่งผลอันเป็นที่สุด
เรามาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง ‘อาทีคเณศ’ และ ‘องค์พระพิฆเนศ’ กันต่อไป

ความแตกต่างระหว่าง “อาทิคะเนศ” และ “พระพิฆเนศ” คืออะไร?
พระพิฆเนศทรงเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏแห่งการเกิดและการดับ จึงมิอาจประทานโมกษะหรือการหลุดพ้นให้แก่เหล่าผู้ศรัทธาได้ พระองค์มิใช่พระเจ้าสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวที่ควรแก่การกราบไหว้บูชาเพียงผู้เดียว แท้จริงแล้วพระเจ้าสูงสุดคือ “อาทิคะเนศ” หรือพระเจ้ากาเบียร์ (Lord Kabir) เพียงผู้เดียวเท่านั้น ในการเดินทางของดวงวิญญาณหลังความตาย ดวงวิญญาณจำเป็นต้องผ่านด่านอุปสรรคที่เหล่าทวยเทพสร้างขึ้น เพื่อชำระหนี้ทางจิตวิญญาณที่ติดค้างอยู่ เพื่อแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์ทางโลกที่ได้รับจากเทพเจ้าเหล่านั้น
ทุนทางจิตวิญญาณเหล่านี้จะได้รับมาจากการสวดภาวนาพระนามของเหล่าเทพเจ้า ซึ่งเป็นพระนามที่ได้รับมาจากพระศาสดาที่แท้จริง ซึ่งในปัจจุบันคือ ท่านนักบุญ รามปาล จี มหาราช (Saint Rampal Ji Maharaj) ภควัทคีตา บทที่ 7 โศลกที่ 20 กล่าวไว้ว่า ผู้ที่บูชาเทพเจ้าองค์อื่นย่อมตกอยู่ในความมืดบอด ในขณะที่ภควัทคีตา บทที่ 18 โศลกที่ 66 ผู้ประทานความรู้แห่งภควัทคีตาได้ทรงชี้แนะให้อรชุนบูชาพระปรมาตมัน (PurnBrahm – พระเจ้าผู้สูงสุด) และให้ละทิ้งการบูชาพระองค์รวมถึงเหล่าทวยเทพทั้ง 330 ล้านองค์ที่อยู่ภายใต้พระองค์ นอกจากนี้ ในบทที่ 18 โศลกที่ 46 ยังทรงแนะให้อรชุนเข้าหาที่พึ่งพิงจาก “ตัตตวทรรศี สันต์” (Tatvadarshi sant – นักบุญผู้รู้แจ้งในสัจธรรม) ผู้ซึ่งจะประทานความรู้ทางจิตวิญญาณที่แท้จริงให้แก่เขา

ระหว่าง “อาทิคะเนศ” และ “พระพิฆเนศ” องค์ใดคือพระเจ้าที่ควรแก่การสักการะบูชา?
แม้ทวยเทพทั้งหลายจะควรค่าแก่การเคารพเลื่อมใส แต่มีเพียงพระเจ้าผู้ทรงอานุภาพสูงสุดคือพระเจ้ากาเบียร์เท่านั้นที่ควรแก่การกราบไหว้บูชา เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระพิฆเนศเองก็ยังมิได้บรรลุถึงความหลุดพ้น จึงมิอาจประทานโมกษะหรือทำลายบาปกรรมให้แก่เหล่าผู้ศรัทธาได้ ในขณะที่ “อาทิคะเนศ” ทรงเป็นผู้ทำลายบาปและประทานความหลุดพ้นให้แก่ผู้ศรัทธาที่แท้จริง ความแตกต่างนี้ปรากฏชัดแจ้ง เพราะมีเพียงอาทิคะเนศเท่านั้นที่เป็นผู้ประทานโมกษะ และทรงเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “พระพิฆเนศ: ตำนานการประสูติ, พระชายา, มนตราที่แท้จริง, อาทิคะเนศ”

คำถามที่ 1 พระพิฆเนศทรงเป็นเทพเจ้าแห่งสิ่งใด?
พระพิฆเนศคือเทพเจ้าในศาสนาฮินดู ผู้ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพแห่งการเริ่มต้นใหม่และเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวง พระองค์ทรงเป็นพระโอรสของพระศิวะและพระแม่ปารวตี

คำถามที่ 2 ตำนานการประสูติที่แท้จริงของพระพิฆเนศคืออะไร?
ตามคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ พระแม่ปารวตีทรงสร้างพระพิฆเนศขึ้นมาจากแป้งหรือสิ่งชำระล้างร่างกายที่หลงเหลือจากการสรงน้ำของพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงประทานชีวิตให้แก่พระโอรสแล้ว จึงทรงกำชับมิให้ผู้ใดผ่านเข้ามาในขณะที่พระองค์กำลังสรงน้ำอยู่

คำถามที่ 8 ความแตกต่างระหว่าง พระอาดีคเณศ และ องค์พระพิฆเนศ คืออะไร
หัวใจสำคัญของความแตกต่างนั้นอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ว่า องค์พระพิฆเนศมิได้ทรงเป็นอมตะและมิอาจประทานการหลุดพ้นอันเป็นนิรันดร์ให้แก่สรรพสัตว์ได้ ในขณะที่พระอาดีคเณศ (พระผู้เป็นเจ้า กาบีร์ จี) ทรงเป็นองค์พระผู้ประทานการหลุดพ้นและทรงเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวงให้มลายสิ้นไป นอกจากนี้ ภายในพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์ยังได้กล่าวถึงการสรรเสริญบูชาพระอาดีคเณศ เพื่อมุ่งหวังถึงมรรคผลอันล้ำค่าทางจิตวิญญาณอีกด้วย สรุปคือ พระอาดีคเณศทรงเป็นพระผู้ประทานการหลุดพ้นและทรงเป็นผู้ขจัดอุปสรรคทั้งปวงอย่างแท้จริง

Source URL: https://www.jagatgururampalji.org/en/hindu-deities/lord-ganesha/





